Highlight
คุณทวดสี่แผ่นดินชาวแม่ริม

วันที่ 11 / 06 / 2564 | จำนวนผู้ชม : 99 ครั้ง

คุณพ่อผมชื่อ นายสิงห์คำ พงษ์ประดิษฐ์ เป็นลูกชายคนโตของ คุณปู่บุญปั๋น และคุณย่าจันทร์ติ๊บ เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2470 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือนเก้า ปีเถาะ ณ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 93 ปีเศษ มีน้องร่วมและต่างบิดามารดาอีก 6 คน ซึ่งปัจจุบันถึงแก่กรรมเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงน้องสาวคนสุดท้องในวัย 70 ปีกว่า ส่วนคุณพ่อดำรงตำแหน่งสูงสุดในครอบครัวและได้เป็นคุณทวด 4 แผ่นดิน เมื่อมีเหลนคนแรก ที่ลืมตามาดูโลก เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ขณะที่คุณพ่ออายุ 92 ปี 9 เดือน 27 วัน 
ผมเป็นลูกคนโตของคุณพ่อในจำนวนทั้งหมด 6 คน ปัจจุบันลูก ๆ ของคุณพ่อล้วนแต่สูงวัยทั้งสิ้น ผมคนแรกอายุ 71 ปี คนที่ 2 อายุ 69 ปี คนที่ 3 อายุ 67 ปี คนที่ 4 เสียชีวิต (ถ้ายังอยู่ อายุ 66 ปี) คนที่ 5 อายุ 62 ปี และคนที่ 6 เสียชีวิต (ถ้ายังอยู่ อายุ 59 ปี)
คุณพ่อของผมเป็นศิษย์รุ่นคุณทวดของโรงเรียนมัธยมชื่อดังประจำจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งก็คือ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โดยคุณพ่อได้เล่าให้ฟังว่า ในวัยเด็กได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนประถมประจำอำเภอแม่ริมจนจบระดับชั้น ป.4 จากนั้นจึงได้เข้าศึกษาต่อ ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งมีระยะทางห่างจากบ้านถึง 15 กิโลเมตร การเดินทางไปเรียนของคุณพ่อที่ตัวเมืองเชียงใหม่จึงเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเหน็ดเหนื่อย และสนุกสนาน เพราะในแต่ละวันคุณพ่อต้องปั่นจักรยานไป-กลับเป็นระยะทางรวม 30 กิโลเมตรบนถนนสายเชียงใหม่-ฝาง ซึ่งแต่ก่อนยังเป็นถนนสายเล็ก ๆ 
แต่น่าเสียดายที่โอกาสในการเรียนของคุณพ่อมีเพียงถึงแค่ ม.3 เท่านั้น เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องหยุดการเรียนการสอน คุณพ่อก็เลยมีคุณวุฒิการศึกษาเพียงชั้น ม.3 (สมัยนั้นหลักสูตรระดับมัธยมศึกษา คือ ม.1 - ม.8) ครั้นพอสงครามสงบก็ย่างเข้าวัยหนุ่ม การใช้ชีวิตขณะนั้นจึงทำให้เหินห่างการเล่าเรียนไป โดยคุณพ่อได้ไปอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่ทำงานสถานีบ่มใบยาสูบของโรงงานยาสูบ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง และได้พบรักกับ “สาวโรงบ่ม” (หมายถึง หญิงสาวที่เป็นลูกจ้างสถานีบ่มใบยา ทำหน้าที่ในการปลูก และดูแลต้นกล้ายาสูบ) ชื่อว่า นางสาวสมจิตร สุยะ (ซึ่งก็คือคุณแม่ของผมเอง) ถึงขั้นตกลง
ใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านพักของสถานีบ่มใบยา และผมก็ได้ลืมตาดูโลกตอนที่คุณพ่ออายุ 22 ปี ส่วนคุณแม่ก็อายุได้ 19 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุของการมีคู่และสร้างครอบครัวของคนในสมัยนั้น
ณ บ้านเกิดของคุณพ่อที่อำแม่ริม ก็มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งที่มีอายุยาวนานพอ ๆ กับคุณพ่อ นั่นก็คือ “พระตำหนักดาราภิรมย์” ทางเหนือเรียกว่า “คุ้มเจ้า” สร้างเมื่อคุณพ่ออายุประมาณ 1 ขวบ คุณพ่อเล่าว่าตอนเป็นเด็กได้มีโอกาสไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กที่บริเวณพระตำหนักบ่อย ๆ ด้วยความที่มีญาติผู้ใหญ่เป็นข้าราชบริพารในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี จึงทำให้ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของราชสำนักทางเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำอาหาร คุณพ่อได้เรียนรู้การทำสุดยอดอาหารเหนือ ได้แก่ แกงฮังเล แกงอ่อมเนื้อ น้ำพริกอ่อง ลาบเนื้อหมู ต่าง ๆ มากมาย คุณพ่อบอกว่า อาหารเหล่านี้เป็นของโปรดของคุณพ่อ ชอบทำชอบกินมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่เคยซื้ออาหารสำเร็จรูปรับประทานเลย โดยเฉพาะเมนูน้ำพริกอ่องเป็นเมนูที่ลูกหลานชอบรบเร้าให้คุณพ่อทำให้กินตลอดเมื่อเวลาเทศกาลที่ลูกหลานเดินทางมาเยี่ยมเยียน
ปัจจุบันสุขภาพคุณพ่อไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากเคยล้มป่วยด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อต้นปี 2563 ด้วยวัยที่มากขึ้นของคุณพ่อ กิจวัตรประจำวันของคุณพ่อจึงคล้ายเด็ก ๆ ไปทุกวัน ทั้งการนอนหลับพักผ่อนที่นานขึ้น รับประทานอาหารได้น้อย แต่ตรงเวลา แต่ปัจจุบันคุณพ่อก็ยังสนใจดูข่าวสาร และรายการกีฬา โดยเฉพาะกีฬาสนุกเกอร์คุณพ่อติดตามทุกรายการ ทั้งนี้ คุณพ่อยังมีความจำที่ดีเลิศโดยเฉพาะเรื่องราวในสมัยก่อน และมักจะเล่าเรื่องต่าง ๆ ในวัยหนุ่มให้ลูกหลานฟังบ่อย ๆ เคล็ดลับที่ทำให้คุณพ่อมีอายุยืนก็คือ การเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ โดยครอบครัวเป็นผู้ทำให้ทาน หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารสำเร็จรูป การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ไม่คิดร้ายกับใคร อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอเวลาลูกหลานมาเยี่ยม และมักเล่าเรื่องในอดีตพร้อมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ฟังเสมอ 
 

ศูนย์ศตวรรษิกชน ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆ ของคุณทวดสิงห์คำ พงษ์ประดิษฐ์ จาก พันเอกสุเทพ พงษ์ประดิษฐ์ ที่ได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตของคุณพ่อ 

*เรื่องเล่าและรูปภาพนี้ได้รับความยินยอมให้เผยแพร่ในเว็บไซต์ศูนย์ศตวรรษิกชน*

เนื้อหาและรูปภาพใช้ในการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของศูนย์เท่านั้น ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการโฆษณาและการหาประโยชน์ในทางอื่น

ศูนย์ศตวรรษิกชน

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
02441-0201-4 ต่อ 511,532,535