งานวิจัย

DocumentsDate added

Order by : Name | Date | Hits [ Ascendant ]
The Evaluation of The Funeral Welfare Service For The Improvement of Quality of Life of the Elderly People โดย นางปิยะฉัตร ชื่นตระกูล ISBN 974-293-926-8
Health Policy Evaluation for the Elderly Persons   โดย พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์, ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ, จอห์น ไบรอัน และอารีย์ อรหมโม้ กันยายน 2542 ISBN 974-676-620-1
ชุดโครงการวิจัยและพัฒนานโยบายระบบสวัสดิการสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในประเทศไทยAdministrative Strategy for Social Welfare System for Thai Senior Citizene   โดยทิพาภรณ์ โพธิ์ถวิลThipaporn Portawinนุชนาฎ ยูฮันเงาะNutchanat Yuhan-ngowคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ   บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุไทย 2) วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของการบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุไทยและ 3) ค้นหาและนำ เสนอกลไกการบริหารระบบสวัสดิการผู้สูงอายุที่เหมาะสมสำ หรับประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร และนักวิชาการที่มีความรู้ประสบการณ์ และมีบทบาทในการจัดสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุไทย จำ นวน 25 ท่าน ในการสัมภาษณ์เชิงลึก และจำ นวน 31 ท่านในการจัดกลุ่มสนทนา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิธีการรวบรวมข้อมูลจาก 1) การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง 2) การสัมภาษณ์เชิงลึก และ 3) การสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า การบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุมีความจำ เป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสนองตอบปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ และเพื่อให้สามารถนำ นโยบาย แผน และมาตรการหลักไปสู่การปฏิบัติอย่างได้ผล การศึกษาสถานการณ์การบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุไทยในปัจจุบัน พบว่ากลไกการบริหารทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติการไม่สามารถทำ หน้าที่ได้อย่างเหมาะสม การดำ เนินงานขององค์กรระดับชาติขาดความต่อเนื่อง โครงสร้างการบริหารงานผู้สูงอายุของหน่วยงานภาครัฐขาดความชัดเจน การดำ เนินงานของหน่วยงานภาครัฐและองค์การเอกชนที่ทำ งานด้านผู้สูงอายุขาดเอกภาพ ไม่มีการประสานงาน แบ่งงานกันทำ ที่เหมาะสม การทำ งานซํ้าซ้อน องค์กรประชาชนไม่เข้มแข็งกลไกการบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุไทยจะต้องปรับปรุงให้เหมาะสม ดังนี้ 1) กลไกระดับนโยบาย ควรเป็นองค์กรระดับชาติ เป็นองค์กรอิสระที่ทำ หน้าที่หลักด้านนโยบาย ประสานงาน/ประสานทรัพยากร และกำ กับดูแลการดำ เนินงานขององค์กรต่าง ๆ ด้านผู้สูงอายุ จะต้องมีกฎหมายรองรับ ต้องมีสำ นักงานของตนเอง มีงบประมาณสนับสนุน และมีบุคลากรประจำ องค์กรดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้โดยการจัดตั้งขึ้นใหม่ หรือปรับโครงสร้างองค์กรที่มีอยู่เดิม และจะต้องประกอบด้วย คณะกรรมการ คณะทำ งานหรืออนุกรรมการย่อย และสำ นักงานเลขานุการ 2) กลไกระดับปฏิบัติการ : หน่วยงานภาครัฐจะต้องปรับลดบทบาทและให้แต่ละหน่วยงานมีหน้าที่หลักเกี่ยวกับผู้สูงอายุโดยตรงเพียงด้านเดียว เพิ่มบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงโครงสร้างงานผู้สูงอายุให้ชัดเจนและสังกัดหน่วยงานที่เหมาะสม รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาส สนับสนุน ส่งเสริมงบประมาณและวิชาการให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ กำ กับดูแลการดำ เนินงานไม่ให้ผู้สูงอายุถูกเอารัดเอาเปรียบ สำ หรับองค์การเอกชนและธุรกิจเอกชนควรเพิ่มบทบาทและมีส่วนร่วมในการจัดบริการทางสังคมให้แก่ผู้สูงอายุที่มีฐานะดี 3) กลไกระดับท้องถิ่น จะต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพให้เข้มแข็ง ปรับโครงสร้าง อบต.ให้รองรับการดูแลผู้สูงอายุ ส่งเสริมการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ องค์กรท้องถิ่นควรมีผู้สูงอายุและบุคคลหลายวัยเข้าร่วมทำ หน้าที่ในการดูแล จัดสวัสดิการ กิจกรรมให้ผู้สูงอายุ เป็นตัวแทนผู้สูงอายุในการทำ หน้าที่พิทักษ์ปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุในชุมชน นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้เสนอแนะแนวคิดหลักของการบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุไทย ได้แก่ การประสานงาน การกระจายอำ นาจ การแก้ไขปัญหาโดยชุมชน การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ ครอบครัว ชุมชน และการสร้างอำ นาจในตัวให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุ ให้มีการผลักดันพรบ.ผู้สูงอายุ พัฒนาระบบข้อมูลผู้สูงอายุ และมีงานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุไทยด้านอื่นที่การศึกษาครั้งนี้ยังไม่ครอบคลุมถึง และการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาความต้องการเฉพาะด้านของผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย
REPORT BY ACCESS ECONOMICS PTY LIMITEDFORASIA PACIFIC MEMBERS OFALZHEIMER'S DISEASE INTERNATIONAL 21 September 2006
Steven F. Venti and  David A. Wise   ABSTRACT The potential of reverse annuity mortgages to increase the current income of the elderly is analyzed. We conclude that most low-income elderly also have little housing equity, although this is not always the case. In general, a reverse annuity mortgage would substantially affect the income only of the single elderly who are very old -- whose life expectancy is short. On the other hand, if the transfer were in the form of a lump sum amount rather than an annuity -- the payment would increase the liquid wealth of most elderly families by a large fraction. Thus legislation that would facilitate the market for reverse mortgages could improve substantially the financial status of a small proportion of the elderly. But the specter of a large number of poor widows with vast amounts of "locked—in" housing equity does not reflect the reality. Most low-income elderly have relatively little housing wealth.
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 Next > End >>
Page 4 of 5