สังคมศตวรรษิกชน

คุณยายผ่วน อยู่สบาย วัย 101 ปี

Print
PDF

เช้าของวันที่ 7 พฤกษภาคม 2556 อ.ดร.ศุทธิดา ชวนวัน (อ.แอน) มีนัดกับทีมนักข่าวจากช่อง 3 ในการที่จะไปเยี่ยมคุณยายวัยร้อยปี 2 ท่าน ที่เพชรบุรี พวกเรา 3 คน (อ.แอน กานต์ ปุ๋ม) ออกเดินทางจากศาลายากันในช่วงสายๆ ไปถึงเพชรบุรีก็ราวๆ เที่ยง เพื่อไปสมทบกับคุณแหม่ม นักข่าวสาวสวยจากช่อง 3 ที่ไปถึงก่อน รอพวกเราก็เกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งจุดนัดพบก็คือ หน้าค่ายพระรามหก เมื่อเจอกันแล้วก็มุ่งหน้าไปพบคุณยายทันที

คุณยายผ่วน อยู่สบาย วัย 101 ปี (ณ พ.ศ.2556)

Read more...

คุณยายถวิล ลิ้มจำรูญ แม่ร้อยปี มหิดล กรุงเทพฯ ประจำปี 2554

Print
PDF

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นผู้คัดเลือกแม่ร้อยปีที่มีสุขภาพดี ภายใต้โครงการ “แม่ร้อยปี มหิดลวันแม่ พ.ศ. 2554”โครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้แม่ร้อยปีทั่วประเทศ ได้ส่งรายชื่อและรายละเอียดเข้ามาเป็นแม่100 ปี ของมหาวิทยาลัยมหิดล แม่ร้อยปีที่ได้รับการคัดเลือกนั้น จะได้เข้ารับประทานรางวัลจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2554 นี้

 

Read more...

"ฉันจะอยู่ถึง 120 ปี"

Print
PDF

 

 

ขอร่วมแชร์ภาพนี้ค่ะ: ในหลวงของเรา เป็นพระองค์หนึ่งที่ทรงรับสั่งว่า "ฉันจะอยู่ถึง 120 ปี" เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2547 ในหลวงได้ตรัสต่อหน้าข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนที่ไปเฝ้าถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา มีใจความว่า

"พระองค์ท่านทรงตั้งพระทัย ที่จะมีพระชนมายุยืนยาวถึง 120 ปี"

ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งที่เชื่อเช่นนี้ ...

คุณแม่ทิบ ศรีแจ้ คนร้อยปีเมืองเพชร

Print
PDF

ในปี 2555 นี้ เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชชนนี จะมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา และในปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่พวกเราได้มีโอกาสลงไปเยี่ยมศตวรรษิกชน หรือผู้ที่มีอายุร้อยปี ภายใต้โครงการประกวดแม่ร้อยปี ของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้มีการจัดประกวดแม่ร้อยปีเป็นประจำทุกปี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติของปวงชนชาวไทยทุกคน

mom55_1

ในทุกๆ ปี จะมีคุณย่า คุณยาย ที่มีอายุหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ถูกส่งเข้ามาประกวดแม่ร้อยปี ม.มหิดล ซึ่งในปี 2555 นี้ มีแม่ร้อยปีที่ส่งเข้ามาคัดเลือกเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศถึง 161 คน และแต่ละปีเราก็จะคัดเลือกแม่ร้อยปีที่มีสุขภาพดีภาคละหนึ่งคน เพื่อรับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2555 นี้ สำหรับปีนี้เราไม่มีแม่ร้อยปีจากกรุงเทพมหานครส่งเข้าประกวด ดังนั้นเราจึงได้เพิ่มรางวัลให้กับแม่ร้อยปีที่อยู่ในภาคกลางเป็นจำนวน 2 รางวัล

พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมหนึ่งในแม่ร้อยปีที่ได้รับรางวัลของภาคกลาง คือ แม่ร้อยปีที่อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี คุณแม่ร้อยปีท่านนี้ชื่อว่า คุณแม่ทิบ ศรีแจ้ เป็นคนตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ตามหลักฐานการทะเบียน คุณยายทิบเกิดปี พ.ศ. 2450 ซึ่งก็จะมีอายุ 105 ปี ในปี 2555 นี้ และเมื่อสอบถามปีเกิดไทย คุณยายบอกว่าเกิดปีจอ และคุณยายก็มั่นใจว่าอายุคุณยายไม่ผิดอย่างแน่นอน และเมื่อลองนับอายุตามปีไทยแล้ว คุณยายทิบน่าจะมีอายุไม่ถึง 105 ปี แต่น่าจะมีอายุ 102 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามคุณยายทิบก็ยังอยู่ในกลุ่มแม่ร้อยปีที่มีสุขภาพดี ที่พวกเราทุกคนก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นคุณยายทิบยังสดชื่น แข็งแรง และพูดจาโต้ตอบกับพวกเราอย่างฉะฉาน ถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องพูดแบบตะโกนเพราะหูของคุณยายไม่ค่อยได้ยิน จะต้องพูดใกล้ๆ และดังๆ เท่านั้น

Read more...

คนร้อยปีกับวิถีสุขภาพ

Print
PDF

โดย กมลชนก ขำสุวรรณ, กาญจนา เทียนลาย, ศุทธิดา ชวนวัน, ธีรนงค์ สกุลศรี

2012-06-21-img01การมีชีวิตที่ยืนยาว และมีความสุขกาย สุขใจ ไม่เจ็บป่วย และไม่ทุกข์ใจเป็นเรื่องที่ทุกคนปรารถนา ดังคำกล่าวที่ว่า การมีสุขภาพดี มีค่ากว่าการมีเงินทองเป็นร้อยล้านพันล้าน เพราะแม้ว่าจะมีเงินมากองจนท่วมตัวก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีให้กลับคืนมาได้

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บข้อมูลที่ อบต.หลุมรัง ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เพื่อทำเวทีวิจัยหารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ทำให้ทราบข้อมูลในเบื้องต้นว่าตำบลหลุมรังมี 18 หมู่บ้าน และมีผู้สูงอายุทั้งหมด 954 คน จากคำบอกเล่าของคนที่นี่ บอกว่าคุณยายเจียน แสงหิรัญ เป็นผู้สูงอายุเพียงคนเดียวในตำบลที่มีอายุ 100 ปี ผู้ซึ่งผ่านร้อน ผ่านหนาว มาอย่างโชกโชนคนนหนึ่ง

Read more...

แม่พัน อร่ามวัฒน์ แม่ร้อยปี มหิดลวันแม่ ภาคกลาง ประจำปี 2554

Print
PDF

มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการคัดเลือกแม่ที่มีอายุเกินร้อยปี ที่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อรับประทานรางวัล “แม่ 100 ปี มหิดลวันแม่ ประจำปี 2554” ซึ่งจะว่าไปแล้ว สามารถที่จะเรียกได้ว่า “แม่ 5 แผ่นดิน” โดยในปีนี้มีผู้สนใจส่งประวัติเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นจำนวน 76 ราย ซึ่งจะแบ่งรางวัลเป็น 5 รางวัล คือ กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้

สำหรับปีนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยี่ยนแม่ร้อยปี 2 ท่าน คือกรุงเทพ แม่ถวิล ลิ้มจำรูญ และภาคกลาง แม่พัน อร่ามวัฒน์ แต่จะขออนุญาตเล่าเรื่องราวการเดินทางไปพบแม่พัน อร่ามวัฒน์ ท่านเดียวค่ะ ส่วนแม่ถวิลจะขออนุญาตแยกเขียนอีกบทความหนึ่งค่ะ

ในเช้าของวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 พวกเราที่เป็นคณะกรรมการคัดเลือกแม่ร้อยปีประจำปี 2554 จำนวน 9 คน รวมทั้งผู้ที่มาถ่ายทำวิดีโอด้วย โดยมีผู้เขียนที่เป็นน้องใหม่ของคณะฯ ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งหน้าไปพุทธมณฑลสาย 4 เพื่อไปเยี่ยมเยียนแม่ถวิล ลิ่มจำรูญ ก่อน จากนั้นเวลาประมาณเที่ยงกว่าพวกเราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อไปเยี่ยมแม่พัน อร่ามวัฒน์ ระหว่างทางนั้น ผู้เขียนก็นึกจินตนาการถึงแม่พัน ว่า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง จะคุยกับพวกเราได้หรือไม่ รถตู้พาพวกเราลัดเลาะตามถนนมาเรื่อยๆ ผ่านวัดวาอารามมากมาย จนผู้เขียนยังอดคิดไมได้ว่า จังหวัดสมุทรสงครามจะเป็นจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทยหรือไม่ ระหว่างทางเราก็ข้ามแม่น้ำสายหนึ่งที่ผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแม่น้ำหรือคลองกันแน่ จากนั้นราก็ผ่านเข้าสวนผลไม้มากมาย ดูไม่ทันเหมือนกันว่ามีต้นอะไร

 

ภาพที่ผู้เขียนเห็นหลังจากที่ลงจากรถตู้ คือ เห็นคุณยายท่านหนึ่ง ผมสีขาวทรงดอกกระทุ่ม ใส่ผ้าถุงสีม่วงนั่งอยู่ที่ร้านใต้ถุนบ้านยกสูงหลังหนึ่ง คณะของพวกเรายังเดินไม่ถึงบ้านหลังนั้นดี คุณยายก็ยกมือไหว้ทักทายพวกเราก่อนแล้ว ทำให้คณะของพวกเรายกมื่อไหว้ท่านกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว (ต่อไปนี้จะขอเรียกคุณแม่พัน ว่าคุณยายพัน น่าจะเหมาะสมกว่า)

คุณยายพันนั้น เกิดเมื่อ ปี พ.ศ. 2448 ในปัจจุบันปี พ.ศ. 2554 ก็นับรวมอายุได้ 106 ปี ท่านอยู่ที่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม มีลูกทั้งหมด 5 คน คนโตอายุ 76 ปี ส่วนคนเล็กอายุ 60 ปีแล้ว คุณยายเล่าให้ฟังว่าสมัยสาวๆ แกก็ทำสวน แล้วก็ค้าขาย กว่าจะได้แต่งงานก็อายุประมาณ 30 ปีแล้ว สาเหตุที่แต่งงานช้าก็เพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน เลี้ยงน้อง และยังเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนเวลาเลือกคู่เขาดูกันทีว่า จะทำมาหากินได้หรือไม่ สวยไม่สวยไมได้เอามาวัดกัน หากสวยแล้วทำมาหากินไม่เป็นก็ไม่มีใครเขาเอา คนสมัยก่อนเจอกันครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าจะชอบพอกันหรือไม่ สมัยสาวๆ ก็ทำมาหลายอย่าง ยังเคยค้าหมากพลูด้วย และต้องเอาไปขายที่กรุงเทพฯ ด้วย ไปกับลูกสองคน พายไปด้วยกัน ผ่านลำน้ำแม่กลองที่ไหลผ่านหน้าบ้านที่แหละ พอฟังเท่านี้ผู้เขียนก็เพิ่งถึงบางอ้อ ว่า แม่น้ำที่คิดสงสัยตอนขามา ก็คือแม่น้ำแม่กลองนี่เอง มาต่อที่เรื่องของคุณยายดีกว่า ช่วงที่ต้องเอาหมากพลูไปขายนั้นก็ต้องพายเรือกันไป 2 วัน 2 คืนกว่าจะถึง ก็ต้องไปแวะพักกลางทาง ซึ่งต้องหากพักกันบริเวณที่มีบ้านคน เพราะอาจถูกขโมยขโจรปล้นเอาได้ ที่พักก็นอนกันในเรือ หุงหาอาหารก็บนเรือนั่นเอง เวลาพายก็ต้องระวัง เพราะน้ำเชี่ยว และบางครั้งก็ยังต้องระวังจระเข้ด้วย

คุณยายไม่อยากอยู่นิ่ง ก็พยายามทำนู่นนี้ตามประสาคนขยัย แอบลูกหลานไปถอนหญ้าบ่อยๆ บางครั้งคนแถวนั้นก็มาบอกลูกหลานว่า คุณยายแอบไปถอนหญ้าอีกแล้ว ลูกหลานไม่ให้ทำก็ไม่ยอม ส่วนใหญ่เราจะเห็นว่าคนแก่มักชอบกินหมาก เราจึงถามว่าคุณยายว่ากินหมากหรือไม่ คุณยายรีบตอบกลับมาว่า เคยกิน ชอบกินด้วยซ้ำ แต่เลิกกินแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้หมากพลูราคาแพงมาก กินไม่ไหว เสียดายตังค์ เอาไว้ทำอย่างอื่น

ทุกวันนี้คุณยายก็อยู่กับลูกหลาน เวลาจะอาบน้ำ ลูกชายก็จะไปหาบน้ำเอามาให้อาบแถวๆ หน้าบ้าน อาบน้ำ แต่งตัวเอง ลูกหลานไม่ต้องมาช่วย ยังทำเองไหว ขึ้นลงบ้านเองได้ แม้เราจะเห็นว่าบันไดบ้านจะดูสูงก็ตาม เพราะคุณยายเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนก็ยังปีนต้นตาลได้อยู่ เพิ่งจะเลิกเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ส่วนเรื่องกิน ก็ไม่ยุ่งยากกินได้หมด และเมื่อเราได้ถามว่าชอบกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น คุณยายก็ตอบกลับว่า “ไม่มีหรอก กินได้หมด ไม่ว่าเขาจะเอาอะไรมาให้กิน ทุกอย่างต้องลองชิมดูก่อน ถึงจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ” สิ้นคำตอบก็เรียกเสียงหัวเราะจากพวกเราได้ไม่น้อย

คณะเราเห็นว่าคุณยายมีอารมณ์ขัน สุขภาพดี เราก็ถามไปว่า คุณยายยังกังวลใจอะไรหรือไม่ คำตอบที่ทำให้พวกเราน่านำกลับมาคิดก็คือ “ไม่มีเรื่องอะไรที่ให้ต้องกังวลใจหรอก ลูกหลานก็เรื่องของเขา เราจะเอาเรื่องของเขามาทุกร้อนใจทำไม ตัวเขา ไม่ใช่ตัวเรา”

ซึ่งทำให้เราคิดว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณยายคิดและทำ น่าจะส่งผลให้ท่านอายุยืนมาจนถึงทุกวันนี้ อาทิเรื่อง วิธีคิดในการใช้ชีวิต การกินอยู่ ทุกวันนี้ ท่านยังหูตาดีอยู่ ยังไม่ฝ้าฟาง แถมหูดีเสียด้วย ครั้งใดที่ผู้เขียนจะถ่ายรูป คุณยายก็หันมองตรงมาที่กล้องทันที สำเนียงแบบคนต่างจังหวัด ฟังแล้วน่ารักดีสิ่งหนึงที่ผู้เขียนสังเกตเห็นคือ หูของคุณยายพันใหญ่และยาวมาก ซึ่งก็เคยได้ยินผู้ใหญ่เขามักพูดกันว่า คนที่มีหูใหญ่และยาวมักจะมีอายุยืน ทำให้ผู้เขียนแทบจะเชื่อโดยสนิทใจจริงๆ ว่าคำพูดเหล่านั้นน่าจะเป็นความจริง ดูๆ ไปแล้วคุณยายท่านมีความสุขกับการใช้ชีวิต ไม่คิดเหมือนผู้สูงอายุทั่วๆ ที่คิดว่า เมื่อไหร่จะตายเสียที แต่คณยายคิดในแง่บวกว่า ยมบาลเขายังไม่มารับก็ยังไม่ต้องไป ถึงเวลาเขาก็มารับเองแค่นั้น นอกจากความสุขในการใช้ชีวิตแล้ว ครอบครัวที่มีความสุข การมีลูกหลานรายรอบอยู่ใกล้ที่คอยให้การดูแล ก็น่าจะเป็นยาดีขนานหนึ่ง ที่ทำใหคุณยายมีอายุยืนเกินร้อยปีเช่นนี้

 

ก่อนที่พวกเราจะกลับ คุณยายก็ยังเดินโชว์พวกเราด้วย ซึ่งทำให้เห็นว่า ท่านแข็งแรงมาก เพราะเผลอแปบเดียว ลงมาจากร้านตอนไหนไม่รู้แล้วเดินฉับๆ มานั่งที่ร้านอีกตัว ก่อนที่คณะพวกเราจะลาคุณยายกลับบ้าน ท่านก็ให้ศีลให้พรพวกเราก่อนกลับด้วย