บรรยายนำ "ศตวรรษิกชนในประเทศไทย"

Print
PDF
Slide
เรียนท่านผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ท่านผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการศตวรรษิกชนแห่งชาติ ทุกท่าน

ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการศตวรรษิกชนแห่งชาติในวันนี้ ไม่ว่า ท่านจะเข้าร่วมประชุมเพราะสนใจเรื่องประชากรที่มีอายุสูงมากๆกลุ่มนี้ หรือเข้าร่วมประชุมเพราะ ต้องการความรู้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะมีอายุยืนถึงร้อยปีก็ตาม ท่านก็ได้ชื่อว่ามีส่วนร่วมในการประชุม วิชาการเรื่องคนที่มีอายุร้อยปีขึ้นไปซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในวันนี้

เรื่องที่เรามาประชุมกันตามที่ตั้งเป็นหัวข้อไว้ "ศตวรรษิกชน หรือคนที่มีอายุร้อยปีขึ้นไป" ความจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ เราสนใจเรื่องคนที่มีอายุยืนถึงร้อยปีกันมานานแล้ว แต่เรื่องใหม่ของ การประชุมวันนี้ คือเรากำลังเอาเรื่องคนอายุเกินร้อยปีมาเป็นประเด็นประชุมกันให้เป็นเรื่องเป็นราว ถึงกับให้ชื่อการประชุมครั้งนี้ว่า"การประชุมวิชาการ" ต่อด้วยศัพท์ภาษาไทยคำใหม่ว่า "ศตวรรษิกชน" แล้วยังลงท้ายว่า "แห่งชาติ" อีกด้วย

con_1

ผมต้องขอเรียนให้พวกเราทุกคนในที่ประชุมนี้ว่า การประชุมเรื่องศตวรรษิกชน คนร้อยปี เป็นเรื่อง ใหม่ ที่ยังไม่เคยมีการจัดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย คำว่า"ศตวรรษิกชน"อาจฟังดูแปลกๆ สำหรับ หลายคน ศตวรรษิกชนฟังเป็นภาษาแขกและคงไม่คุ้นหูพวกเราส่วนใหญ่ ผมจึงอยากจะทำ ความเข้าใจและบอกที่มาที่ไปของศัพท์คำนี้ก่อน

 

 

"ศตวรรษิกชน" เป็นศัพท์บัญญัติขึ้นเพื่อให้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "centenarians" หมายถึงคนที่ มีอายุร้อยปีขึ้นไป

ศตวรรษิก เป็นภาษาสันสกฤต "ศตะ" แปลว่า "ร้อย" สมาสกับคำว่า "วรรษ" ที่แปลว่า "ปี" "ศตวรรษ"เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าหมายถึง "ร้อยปี" เมื่อเอาคำว่า "ศตวรรษ" ร้อยปีมาทำให้เป็นคน ตาม หลักภาษาบาลี/สันสกฤต ท่านให้ใส่ปัจจัย อิกะ เข้าไป เป็นศตวรรษิก ก็หมายถึง คนที่มีอายุร้อยปี เติม คำว่า "ชน" ที่แปลว่าหมู่คนเข้าไปเพื่อให้ออกเสียงได้รื่นหู เป็น "ศตวรรษิกชน" หมายถึงหมู่คนที่มีอายุ ร้อยปีขึ้นไป

ภาษาอังกฤษยังมีคำว่า "super-centenarians" หมายถึงคนที่มีอายุ 110 ปีขึ้นไป ภาษาไทยเรา ก็ต้องมีบ้่าง ผมใช้คำว่า "อภิศตวรรษิกชน"

เหตุผลว่าทำไมเราต้องสร้างศัพท์แปลกๆใหม่ๆขึ้นมาเรียกคนอายุร้อยปีขึ้นไป เรียกเพียงว่า "คนร้อยปี"ไม่พอหรือ ในความเห็นของผม เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และกำลังมีอายุสูง ขึ้นเรื่อยๆ ในไม่ช้า สังคมของเราจะเต็มไปด้วยผู้สูงอายุ อีกสามสิบปีข้างหน้า คนไทยหนึ่งในสามจะมี อายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่อเราเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เราก็จำเป็นจะต้องมีศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ ประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น เพื่อแยกแยะผู้สูงอายุ ทั้งตามคุณลักษณะ กิจกรรม และพฤติกรรม

 

คำว่าศตวรรษิกชนฟังดู"ขลัง"กว่าคำว่า คนร้อยปี คนร้อยปีหมายถึงคน ใครก็ได้ ที่มีอายุถึง ร้อยปี แต่ศตวรรษิกชนจะสื่อความหมายที่หนักแน่นลึกซึ้งกว่านั้น เหมือนอย่างเราเรียกผู้ นับถือ ศาสนาว่า "ศาสนิก หรือ ศาสนิกชน" ผู้นับถือศาสนาพุทธ เรียก พุทธศาสนิกชน ผู้นับถือศาสนาอิสลาม เรียกอิสลามิกชน

ผมอยากจะเปรียบว่า ต้นสักทองอายุร้อยปี ย่อมฟังดูแล้วมีคุณค่ามากกว่าเรียก ต้นไม้อายุร้อยปี เฉยๆ

ผมอยากให้คำว่าศตวรรษิก หรือศตวรรษิกชน มีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าคำว่าคนร้อยปี ศตวรรษิกชนหมายถึง "คนอายุร้อยปีผู้มีคุณค่าและศักดิ์ศรี พร้อมมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ"

เรื่องศตวรรษิกชนเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและคนทั่วไป

หลายปีที่ผมทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มีนักศึกษา เพื่อนๆ และสื่อมวลชนมา ถามผมเกี่ยวกับคนร้อยปี คำถามที่ได้ยินบ่อยๆ แต่ก็ตอบไม่ได้ชัดเจนสักที เช่น

- ประเทศไทยมีศตวรรษิกชน คนร้อยปีกี่คน

- ใครอายุสูงที่สุดในประเทศไทย

- ทำไมจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ มีคนอายุร้อยปีอยู่เป็นจำนวนมาก

- ทำไมคนจึงอายุยืน (ถึงร้อยปี)

- กินอะไร อาหารประเภทไหนจึงจะมีอายุยืน

คำถามเหล่านี้น่าสนใจ และน่าที่จะหาคำตอบยืนยันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ ในต่างประเทศ มีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องศตวรรษิกชน ออกจำหน่าย มีการทำสารคดีเกี่ยวกับศตวรรษิกชน ออก เผยแพร่ ทางทีวี บ้านเรา หนังสือจีโอกราฟฟิก ภาคภาษาไทยเคยทำสกูฟเรื่องศตวรรษิน ข่าวเกี่ยวกับคนร้อยปี ก็มีให้ได้ยินได้ฟังอยู่บ่อยๆ

แท้ที่จริงแล้ว เรื่องเกี่ยวกับศตวรรษิกชนเป็นเรื่องคนสูงอายุนั่นเอง

con_3

จะพิเศษอยู่ตรงที่ว่าศตวรรษิกชนเป็นกลุ่มคนที่มีอายุมากเป็นพิเศษ อายุขัยของมนุษย์อยู่ที่ ประมาณร้อยปี คนที่มีอายุเกินร้อยปีก็นับว่ามีอายุยืนกว่าอายุขัยของมนุษย์ จึงเกิดคำถามว่าทำไม คนร้อยปีจึงมีอายุยืนยาวขนาดนั้น ศตวรรษิกชนกินอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร จึงมีอายุยืนยาวเป็นพิเศษ สาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้คนมีอายุยืนยาวถึงร้อยปีเป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจศึกษา

ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งที่น่าศึกษาวิจัย คือการหาคำตอบเกี่ยวกับ ประชาศาสตร์ ของศตวรรษิกชน ประเทศไทยควรมีข้อมูลที่ทันสมัยว่าปัจจุบันประเทศเรามีศตวรรษิกชนสักกี่คน เป็นชายเท่าไร เป็นหญิงเท่าไร คนร้อยปีกระจายอยู่ที่ไหนกันบ้าง และที่สำคัญคือเราควรจะ มี ข้อมูลให้รู้แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงประชากรอายุสูงสุดกลุ่มนี้ เพื่อที่จะฉายภาพศตวรรษิกชน ต่อไปในอนาคตได้ ถ้าระบบทะเบียนราษฎรของเราดีจริง เราควรรู้ว่าวันนี้คนอายุมากที่สุดในประเทศ คือใคร อยู่ที่ไหน ใครเป็นคนมีอายุสูงสุดลำดับรองๆลงไป จังหวัดไหนมีคนร้อยปีมากที่สุด

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือในอนาคตเมื่อประเทศมีศตวรรษิกชนเพิ่มมากขึ้นแล้ว ผลที่ตามมา คืออะไร ที่จริง อย่างที่บอกไว้แล้วก่อนหน้านี้ว่าการศึกษาศตวรรษิกชนก็คือการศึกษา เรื่องคนที่สูงอายุ มากๆ นั่นเอง เมื่อมีประชากรสูงอายุที่สุดกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย

สาเหตุที่คนอายุยืนถึงร้อยปีเป็นคำถามการวิจัยสำคัญที่ควรต้องหาคำตอบ ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คนอายุยืน?

เรื่องกรรมพันธุ์ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนมีอายุยืน ใครมีพ่อแม่พี่น้องที่อายุยืน ก็จะมีโอกาสอายุยืนมาก นักชีววิทยาศาสตร์อาจจะให้คำอธิบายในเรื่องนี้ได้ ว่าคนที่อายุยืนมีปัจจัย ทาง พันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร แต่จริงๆแล้ว เราก็ยังมีคำตอบไม่ชัดเจนนัก

โภชนาการ หรืออาหารการกินของผู้สูงอายุ เรื่องนี้เราก็อยากรู้และต้องการคำตอบว่าคนร้อยปี กินอะไรเป็นพิเศษแตกต่างจากคนอื่นหรือไม่อย่างไร หรือคนร้อยปีหลีกเลี่ยงไ่ม่กินอะไร เวลา เราไป สัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกแม่ร้อยปีของมหาวิทยาลัยมหิดล เราก็จะมีคำถามเกี่ยวกับอาหารที่ แม่ร้อยปี ชอบ กินหรือกินเป็นประจำอยู่ด้วย เพื่อจะเป็นแนวทางให้คนอยากอายุยืนได้กินตามบ้าง

สิ่งแวดล้อมน่าจะมีส่วนอย่างมากที่ทำให้คนอายุยืนถึงร้อยปี ในอดีต มีรายงานว่าบางพื้นที่ใน โลกนี้ มีศตวรรษิกชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วมีการสรุปว่าน่าจะเป็นเพราะภูมิอากาศ เช่นบนพื้นที่ สูงเหนือระดับน้ำทะเลระดับหนึ่ง พื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ พื้นที่ซึ่งเป็นเกาะอย่างญี่ปุ่นหรือโอกินาวา ก็ว่า กันว่ามีภูมิอากาศเอื้อต่อดารดำรงชีวิต ในเมืองไทย เคยมีความพยายามให้เหตุผลตามหลังข้อมูลว่า จังหวัดเลยมีศตวรรษิกชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเพราะมีอากาศดี เป็นต้น

พฤติกรรมการ ใช้ชีวิตก็น่าจะมีส่วนสำคัญ คนที่ใช้ชีวิตอย่างที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เสี่ยงต่อ การ เสียสุขภาพ หรือเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ยาวนานย่อมลดลง แต่จะใช้ ชีวิต อย่างไร

con_2

จึงจะพอเหมาะพอสม มีชีวิตอยู่อย่างไม่เครียดและมีความสุข จนทำให้อายุยืนนั้นคงเป็นเรื่อง ที่ต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อหาคำตอบกันต่อไป

 

ครอบครัวและสังคมน่าจะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น การศึกษาความยืนยาวของ ชีวิต ในสังคมเมืองและสังคมชนบทก็เป็นเรื่ิองที่น่าสนใจ ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะมีแต่เรื่องศตวรรษิกชน ที่อยู่ในชุมชนหรือ หมู่บ้านชนบทที่บทบาทและสถานภาพทางสังคมของคนราบรื่นไม่เปลี่ยนแปลง อย่างกระทันหัน ในชุมชนที่ให้คุณค่าและความสำคัญแก่ผู้อาวุโสอาจเป็นปัจจัยที่ เอื้อต่อการ มีชีวิต อยู่อย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือคนจำนวนมากที่มีญาติพี่น้องอายุยืน มีพฤติกรรมการใช้ ชีวิตที่ดี มีโภชนาการเหมาะสมตามหลักหรือทฤษฎีโภชนาการ อยู่ในภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ดี อยู่ ในครอบครัวที่อบอุ่นและในชุมชนที่ให้ความสำคัญแก่ผู้สูงอายุ ได้เสีีียชีวิตไปแล้วก่อนที่จะมีอายุถึง 90 หรือ 100 ปี ดังนั้นปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้คนเป็นศตวรรษิก ผู้มีสุขภาพดีคงเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษา ค้นคว้ากันต่อไป

ถ้าเราค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ล ใช้ key word ว่า centenarian ก็จะพบว่ามีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ ศตวรรษิกชน กินเนสบุ๊คที่บันทึกสถิติที่สุดในโลก มีข้อมูลว่าผู้ที่อายุสูงสุดในโลกชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ใครมีิอายุรองๆลงมา

จากกูเกิ้ล ข้อมูลมีว่า เมื่อปี 2013 สองปีที่แล้ว มีศตวรรษิกชนในโลกนี้ทั้งหมดประมาณ 16 ล้าน 6 แสนคน ตัวเลขนี้จะถูกต้องตรงกับความเป็นจริงมากน้อยเท่าไรเราไม่รู้ และปีนี้ศตวรรษิกชนโลกจะ เพิ่มเป็นเท่าไรเราก็ไม่รู้ ถ้าเชื่อตามกูเกิ้ล ญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา แข่งกันมีศตวรรษิกชนมากที่สุดในโลก เมื่อปี 2013 ญี่ปุ่นมี 5 หมื่น 4 พันคน สหรัฐมี 5 หมื่น 3 พันคน แต่นี่เป็นตัวเลของปี 2010 แต่ต้องขอบอก ว่าศตวรรษิกชน เป็นประชากรที่เพิ่มด้วยอัตราที่เร็วมากๆ ญี่ปุ่นเมื่อปี 1963 มีการสำรวจ ศตวรรษิกชนเป็นครั้งแรก นับคนร้อยปีได้เพียง 153 คน เดี๋ยวนี้ คนร้อยปีของญี่ปุ่นมีมากถึง 5 หมื่น กว่าคนเข้าไปแล้ว

เมื่อปี 2011 จีนมีศตวรรษิกชนเกือบ 5 หมื่นคน แต่อย่าลืมว่าจีนเป็นประเทศที่มี ประชากร มากที่สุดในโลก ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนของจำนวนศตวรรษิกชนต่อประชากรทั้งหมดแล้ว ญี่ปุ่น กินขาด คือมีศตวรรษิกชนมากถึง 41 คนต่อประชากรแสนคน ในขณะที่สหรัฐมีศตวรรษิกชน 16 คน ต่อประชากรแสนคน และจีนมีเพียง 4 ต่อแสน

กูเกิ้ลใส่ตัวเลขให้ไทยมีศตวรรษิกชน 17,883 คนในปี 2012 แหล่งข้อมูลคือทะเบียนราษฎร ซึ่งอาจเกินจริงไปพอสมควร ตามความคิดของผม ผมว่าเกินจริงไปมากกว่าครึ่ง แต่ถ้าเป็นจริงก็ ประมาณว่าประเทศไทยมีศตวรรษิกชน 27 คนต่อประชากรแสนคน

ศตวรรษิกชนไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างเร็วมากตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาเพราะคนไทยอายุยืนยาวขึ้น เราวัด ความยืนยาวของชีวิตด้วย "อายุคาดเฉลี่ย" ซึ่งเป็นค่าที่ได้จากตารางชีพ อายุคาดเฉลี่ยคืออายุที่คาดว่า ประชากรจะมีอายุเฉลี่ยเท่าไรตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย

- เมื่อร้อยปีก่อน คนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเพียงประมาณ 40 ปี

- เมื่อ 50 ปีก่อน อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 60 ปี

- เมื่อ 25 ปีก่อน คนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 65 ปี

- ปีนี้ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ประมาณว่า อายุคาดเฉลี่ยของคนไทย อยู่ที่ 74 ปี

- มองไปในอนาคต อีก 25 ปีข้างหน้า อายุคาดเฉลี่ยของประชากรไทยจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 79 ปี (ผู้ชาย 75 ปี ผู้หญิง 82 ปีฺ

อายุคาดเฉลี่ยที่สูงขึ้นนี้จะทำให้มีคนที่อายุยืนจนเป็นศตวรรษิกชนมีจำนวนมากขึ้น

ผมใช้ตารางชีพแบบจำลองของสหประชาชาติเป็นฐานในการหาค่าร้อยละของคนไทยที่จะมีชีวิตอยู่ จนถึงอายุ 60 ปี 80 ปี 90 ปี และ อยู่จนถึง 100 ปีจนได้ชื่อว่าเป็นศตวรรษิกชน

เมื่อร้อยปีก่อน ประมาณได้ว่าคนไทยรุ่นเดียวกันหรือที่เกิดปีเดียวกัน จะมีชีวิตอยู่จนอายุ 60 ปี เพียง ร้อยละ 35 เท่านั้น คนรุ่นเดียวกันอยู่รอดจนอายุ 80 ปีเพียงแค่ร้อยละ 7 มีอายุจนถึง 90 ปี ไม่ถึง ร้อยละ 1 และแทบจะไม่มีโอกาสอายุถึง 100 ปีเลย เพียง 7 คนในจำนวนคนรุ่นนั้นแสนคนเท่านั้น

เมื่อ 50 ปีก่อน ขณะที่ิอายุคาดเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 60 ปี คนรุ่นเดียวกันที่จะมีอายุถึง 60 ปีจะมีประมาณร้อยละ 65 ที่จะมีอายุถึง 90 ปีมีเพียงร้อยละ 3 และที่จะได้เป็นศตวรรษิกชน มีเพียง ร้อยละ 0.05 เท่านั้น

เมื่อ 25 ปีก่อน สุขภาพอนามัยของคนไทยดีขึ้นอย่างมาก การแพทย์การสาธารณสุข ได้พัฒนา ขึ้น สุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมมีสภาพดีขึ้น การตายของประชาชนคนไทยลดต่ำลง อายุคาดเฉลี่ยเมื่อ 25 ปีก่อนสูงขึ้นมาเป็นประมาณ 65 ปี คนเกิดมารุ่นเดียวกันที่จะมีอายุถึง 60 ปีมีมากถึงร้อยละ 73 คน รุ่น เดียวกันอยู่รอด จนอายุถึง 80 ปีร้อยละ 26 อายุถึง 90 ปีร้อยละ 4 แต่ที่จะมีอายุถึงร้อยปีก็ยัง ไม่เพิ่ม ขึ้นมากนัก คือมีเพียงร้อยละ 0.07 เท่านั้นที่จะได้เป็นศตวรรษิกชน

ปัจจุบัน คาดประมาณได้ว่าร้อยละ 88 ของคนเกิดรุ่นเดียวกันจะมีอายุถึง 60 ปี เกือบครึ่งคือ ร้อยละ 44 สามารถมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 80 ปี ร้อยละ 10 จะอยู่ไปจนถึงเมื่อตนเองมีอายุถึง 90 ปี แต่ก็ มีเพียงร้อยละ 0.26 เท่านั้นที่จะมีอายุถึงร้อยปี

ในอนาคตอีก 25 ปีข้างหน้า คาดว่าสุขภาพอนามัยของประชาชนคนไทยจะดียิ่งขึ้นไปอีก คนเกิดรุ่นเดียวกัน เกือบทุกคนคือร้อยละ 95 จะมีอายุถึง 60 ปี มากถึงร้อยละ 75 ที่จะมีอายุอยู่ไปจนถึงอายุ 80 ปี ร้อยละ 39 อายุถึง 90 ปี และเกือบร้อยละ 1 ที่จะมีโอกาสได้ชื่อว่าเป็นศตวรรษิกชน

ผมขอขยายความเรื่องโอกาสที่คนไทยแต่ละรุ่นจะมีอายุยืนถึงร้อยปีอีกสักนิด อยากจะแสดงให้เห็น ว่าโอกาสที่คนเราจะมีอายุยืนยาวถึงร้อยปีนั้นมีไม่มากนัก คนที่อายุร้อยปีต้องพิเศษจริงๆ จะต้องฟันฝ่า โรคภัยไข้เจ็บมาตลอดทางเป็นระยะเวลานานถึงร้อยปี สุขภาพตลอดชีวิตเป็นเวลานาน ถึงร้อยปี ต้องดีมากๆ

ในตารางที่นำเสนอนี้ ผมให้ชื่อตารางว่า "คนไทยเกิดมา (รุ่นเดียวกัน) 100,000 คน จะมี โอกาสอายุถึง 100 ปีสักกี่คน? และจะมีอายุถึง 105 ปีสักกี่คน?

เมื่อร้อยปีก่อน เกิดรุ่นเดียวกันแสนคนจะมีโอกาสอายุถึง 100 ปีเพียง 7 คนเท่านั้น แต่โอกาสที่ จะมีอายุถึง 105 ปีเกือบจะไม่มีเลย

ปัจจุบัน คนรุ่นเดียวกัน 100,000 คน มีโอกาสอายุถึง 100 ปีถึง 260 คน และจะอายุถึง 105 ปี มากถึง 17 คน

ในอนาคต อีก 25 ปีข้างหน้า คนไทยจะมีอายุยืนยาวยิ่งขึ้นไปอีก คนรุ่นเดียวกันแสนคน จะมี โอกาสเป็นศตวรรษิกชนมากถึง 5,365 คน และจะมีอายุสูงถึง 105 ปีมีมากถึง 817 คน

ศตวรรษิกชนไทยในปี 2583 หรืออีก 25 ปีข้างหน้า จะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ที่จริงทุกวันนี้ ประชากรไทยจำนวนประมาณ 65 ล้านคนก็มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 ล้านคนอยู่แล้ว และใน กลุ่มประชากรสูงอายุ อายุยิ่งสูง อัตราส่วนผู้หญิงต่อผู้ชายก็ยิ่งสูง ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ผู้หญิง อายุ ยืนกว่าผู้ชาย ผู้หญิงตายยากกว่าผู้ชาย อย่างในปี 2558 นี้ ผมประมาณว่าประเทศไทย มีศตวรรษิกชนหญิง 2,629 คน ชาย 1,064 คน ศตวรรษิกชนหญิงมากกว่าชายกว่าสองเท่าตัว

อีก 25 ปีข้างหน้า ในปี 2583 ประเทศไทยจะมีศตวรรษิกชนมากถึง 36,209 คน ในจำนวนนี้ เป็นชาย 9,618 คน และเป็นหญิง 25,591 คน ศตวรรษิกชนหญิงมากกว่าชายประมาณเกือบ 3 เท่าตัว

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนต่อที่ประชุมนี้คือ เราพูดกันถึงเรื่องศตวรรษิกชน คือคนที่อายุ ร้อยปีขึ้นไป แต่กลุ่มประชากรที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคนร้อยปีคือกลุ่มอายุก่อนถึง 100 ปี จะ เรียกว่า เป็นกลุ่มประชากรสูงอายุวัยปลายสุดก็ได้ ประชากรกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไปในประเทศไทยกำลัง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2558 ประมาณว่ามีประชากรอายุ 80 ปีขึ้นไปทั้งหมด 1 ล้าน 4 แสนคน แต่จะเพิ่มเป็น 3 ล้าน 9 แสนคนในปี 2583 คือเพิ่มเฉลี่ยปีละร้อยละ 7.3 การเพิ่มประชากรสูงอายุ เป็นไปตามหลักที่ว่า อายุยิ่งสูง ยิ่งเพิ่มเร็ว ในกลุ่มอายุ 80-89 ปี จะเพิ่มจาก 1 ล้าน 3 แสนคนในปี 2558 เป็น 3 ล้าน 4 แสนคนในปี 2583 เท่ากับเพิ่มร้อยละ 7.1 ต่อปี ประชากรกลุ่มอายุ 90-99 ปีเพิ่ม จาก 1 แสน 5 หมื่นคนในปี 2558 เป็น 4 แสน 5 หมื่นคนในปี 2583 เท่ากับเพิ่มร้อยละ 8.2 ต่อปี และศตวรรษิกชนเพิ่มจาก 3,694 คนในปี 2558 เป็น 36,209 คนในปี 2583 เท่ากับเพิ่ม เฉลี่ย สูง ถึงร้อยละ 36.6 ต่อปี

ในท้ายที่สุดนี้ ผมขอเรียนย้ำว่าประชากรไทยกำลังสูงวัยขึ้นอย่างเร็วมาก วันนี้ เราเห็นผู้สูงอายุ ตามสถานที่สาธารณะหนาตาขึ้น ไปที่ไหนก็เห็นผู้สูงอายุ วันนี้ เราเห็นผู้สูงอายุที่ยังอายุไม่สูงมากนัก แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นผู้สูงอายุที่อายุสูงมากๆหนาตาขึ้น ศตวรรษิกชนที่เรามาประชุมกัน ในวันนี้อาจจะยังดูเป็นเรื่องไกลตัว และคนอายุร้อยปียังอาจหาได้ยาก แต่อีกไม่นาน ศตวรรษิกชนใน ประเทศไทยจะพบตัวตนได้ง่ายๆ

ผมหวังว่าประเทศไทยจะเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมที่กำลังสูงวัยขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ประชากรสูงอายุวัยปลายสุด โดยเฉพาะศตวรรษิกชน จะเป็น"คนไทยอายุร้อยปีขึ้นไป ผู้มีคุณค่า และศักดิ์ศรี พร้อมมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ"

ขอบคุณครับ