คุณยายถวิล ลิ้มจำรูญ แม่ร้อยปี มหิดล กรุงเทพฯ ประจำปี 2554

Print
PDF

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นผู้คัดเลือกแม่ร้อยปีที่มีสุขภาพดี ภายใต้โครงการ “แม่ร้อยปี มหิดลวันแม่ พ.ศ. 2554”โครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้แม่ร้อยปีทั่วประเทศ ได้ส่งรายชื่อและรายละเอียดเข้ามาเป็นแม่100 ปี ของมหาวิทยาลัยมหิดล แม่ร้อยปีที่ได้รับการคัดเลือกนั้น จะได้เข้ารับประทานรางวัลจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2554 นี้

 

ศตวรรษิกชนที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ จะมีทั้งหมด 5 ท่าน แบ่งเป็นภาคละหนึ่งท่าน คือ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ในปีนี้มีคุณยายเป็นจำนวนมากที่ส่งรายชื่อมาเข้าร่วมคัดเลือก ผู้ส่งรายชื่อเข้ามาจะเป็นทั้งจากหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่นั้นๆ ไม่ก็เป็นญาติพี่น้องของคุณยายเองก็ตาม วิธีการคัดเลือกแม่ร้อยปีนั้น ดูเหมือนจะยาก เราจะต้องคัดเลือกศตวรรษิกชนจำนวนมากที่มีเพียงแค่รายละเอียดของศตวรรษิกชนเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามเราก็มีหลักในการคัดเลือกที่เป็นตัวช่วยเพื่อให้การคัดเลือกมีความน่าเชื่อถือขึ้น โดยจะพิจารณาจากแม่ร้อยปีที่มีอายุสูงๆ ก่อน เป็นอันดับแรกและพิจารณาในเรื่องสุขภาพ และอายุลูกคนแรกและคนสุดท้าย เพื่อเป็นการแน่ใจว่า แม่ร้อยปีมีอายุถูกต้อง และมีสุขภาพดี
คณะกรรมการพูดคุยกับคุณยาย

หลังจากที่พวกเราได้คัดเลือกแม่ร้อยปีมาภาคละหนึ่งคนแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องไปเยี่ยมเยียนคุณยายดังกล่าว  โดยในวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2554 พวกเราคณะกรรมการคัดเลือกแม่ร้อยปีทั้ง 7 คน ซึ่งนำทีมโดย อ.ปราโมทย์ ผู้เป็นหัวหน้าโครงการศูนย์ศตวรรษิกชน เป็นหัวหน้าทีมออกพื้นที่

เราเริ่มต้นออกเดินทางจากสถาบันฯ เมื่อเวลา 9.20 น. โดยเราจะไปเยี่ยมคุณยายถวิล ลิ้มจำรูญ ที่มีอายุ 103 ปี เป็นท่านแรก จริงๆ แล้วบ้านคุณยายอยู่ที่ตลาดพลู พวกเราทั้งหมดตั้งใจกันว่า คงได้ไปหาอะไรอร่อยๆ ที่ตลาดพลู ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเยี่ยมคุณยาย แต่พวกเราก็ต้องผิดหวังเพราะพวกเราไม่ต้องไปถึงตลาดพลูแล้ว ลูกชายคุณยายมารอรับ และเป็นผู้นำทางพวกเราไปเยี่ยมคุณยายที่บ้านลูกชายซึ่งอยู่แถวถนนพุทธมณฑลสายสาม แวบแรกที่เห็นคุณยาย ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า ทำไมท่านยังดูแข็งแรงอยู่เลย ยิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ยิ่งเห็นว่า คุณยายเป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน อีกทั้งยังสามารถโต้ตอบ พูดคุยกับเราได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าคุณยายจะได้ยินไม่ค่อยชัดเจนนักก็ตาม แต่พวกเราก็สัมผัสได้ว่า คุณยายเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี สมควรได้รับเลือกให้เป็นแม่ร้อยปี มหิดล จริงๆ

คุณยายเล่าให้ฟังว่า คุณยายเกิดปลายรัชกาลที่ 5 บ้านของคุณยายอยู่ที่ตลาดพลูมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนวัดกลางตลาดพลู ขณะนี้บ้านคุณยายที่ตลาดพลูก็คงมีอายุเป็นร้อยปีเท่าๆ กับคุณยายเช่นกัน เมื่อยังสาวๆ คุณยายเป็นคนที่มีรสมือดี ทำอะไรก็อร่อย ทั้งอาหารคาวหวาน คุณยายเคยเป็นแม่ครัวที่วัดกลางตลาดพลู ซึ่งมักได้รับมอบหมายให้ทำอาหารในงานพิธีต่างๆ  เช่น ขนมไข่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง ฯลฯ  คุณยายบอกว่า “เด็กๆ เดี๋ยวนี้ไม่เอาเรื่อง ทำอะไรก็ไม่เป็นแล้ว เดี๋ยวนี้อยากกินอะไรก็ซื้อกินได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงมือทำ”  นอกจากนี้เราได้สัมผัสว่า คุณยายมีครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวของคุณยายเป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานมากมาย คุณยายบอกว่ามีหลาน 12 คน เหลน 25 คน ทั้งหญิงทั้งชายยังไปมาหาสู่ เยี่ยมเยียนคุณยายอยู่เสมอ ทำให้คุณยายไม่เหงาแต่คุณยายจะเป็นคนติดบ้าน และรักสัตว์ คุณยายจะไม่ชอบไปเที่ยวไหนไกลๆ เพราะเป็นห่วงสุนัขและแมวที่บ้าน คุณยายได้บอกว่า “คิดถึงพวกมัน เป็นห่วงพวกมันอยากกลับบ้าน” ซึ่งคุณยายเลี้ยงสุนัขไว้ 13 ตัว และแมวอีก 12 ตัว

คุณยายยังกินอาหารเองได้ ชอบกินข้าวสวย

คุณยายยังสามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง ยังสามารถทานข้าวได้ด้วยตนเอง ใส่เสื้อผ้าได้ เดินไปไหนมาไหนได้ และชอบเล่นไพ่ตอง แต่ตอนนี้ขาไพ่ตายหมดแล้ว จึงไม่มีเพื่อนเล่น นอกจากนี้แล้วคุณยายยังเป็นคนชอบทานหมาก คุณยายบอกว่า อดที่จะทานหมากไม่ได้ เพราะแต่เดิมคุณแม่ของคุณยายมีอาชีพขายส่งหมากพลูตามต่างจังหวัด คุณยายจะพออ่านหนังสือออก เพราะได้เรียนหนังสือตั้งแต่อายุ 9 ขวบที่โรงเรียนครูสงวน ตลาดพลู พอเรียนได้สักพักนึงคุณยายเห็นว่าหมากพลูของแม่ขายดีจึงเลิกเรียนไปเป็นแม่ค้าขายหมากทั้งขายหมากสด/ หมากตากแห้ง/ หมากซอย/ หมากหั่น คุณยายบอกว่า “ดิฉันนับหมากเก่ง”เพราะอยู่กับสวนหมากมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งคุณยายก็ได้สอนพวกเราถึงวิธีในการนับหมากในอดีต คือ มือละ 5 ใบ 20 มือ ก็ 100 ใบ หากว่าซื้อ 500 มือ ก็ 1,000 ใบ คุณยายให้ความเห็นว่า หมากสดอร่อยกว่าหมากแห้ง แต่แพงกว่า และลูกใหญ่กว่า คือ ลูกละ 5 บาท ทานได้ 2 คำ คุณยายบอกว่าหมากสมัยนี้แพง “ฉันไม่อยากซื้อกินมากเสียดายเงิน” สำหรับใบพลู คุณยายจะขายเป็นเรียง เรียงละ 20 ใบ โดยคุณยายก็สอนพวกเราถึงวิธีการนับใบพลูเมื่อสมัยปีที่กรุงเทพฯ น้ำท่วม คือ ปี พ.ศ. 2485 เช่นกัน คือ ใบพลู 4 เรียง จะเท่ากับ 1 กำ ซึ่งจะมีใบพลูจำนวน 80 ใบ คิดเป็นเงิน 40 บาท สมัยก่อนแต่ละกำจะใหญ่ และใบสวยดีทุกใบ ส่วนใบที่มีหนอนกัด ใบเล็กลงมา ราคาก็จะถูกกว่านี้อีก

คุณยายถวิล และลูกหลานเหลน

เมื่อถามคุณยายว่า ทำไมคุณยายถึงมีอายุยืน คุณยายบอกว่า “ก็ไม่ทราบ” “ไม่เจ็บไม่ไข้เหมือนใครๆ” “ฉันไม่เห็นเป็นอะไร” และเมื่อถามเรื่องอาหารการกินของคุณยาย คุณยายบอกว่า “ฉันชอบทานไม่เลือก อย่างไหนเราชอบ เราก็กินมากหน่อย ผักก็เหมือนกัน กินทุกอย่าง เด็กทำให้ก็อย่าไปเลือก”

อ.ปราโมทย์ หนึ่งในกรรมการคัดเลือกลาคุุณยาย และรับศีลรับพร

ก่อนกลับพวกเราได้ขอพรคุณยาย เพื่อเป็นสิริมงคล คุณยายให้พรว่า “ขอให้อายุยืนๆ เหมือนคุณยาย อายุเท่าๆ ยายนะคะ”  ซึ่งพวกเราทุกคนก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้รับพรจากคุณยาย และคิดว่า หากอายุยืน ก็ขอให้อย่าเจ็บอย่าไข้เหมือนคุณยาย