คุณแม่ทิบ ศรีแจ้ คนร้อยปีเมืองเพชร

Print
PDF

ในปี 2555 นี้ เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชชนนี จะมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา และในปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่พวกเราได้มีโอกาสลงไปเยี่ยมศตวรรษิกชน หรือผู้ที่มีอายุร้อยปี ภายใต้โครงการประกวดแม่ร้อยปี ของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้มีการจัดประกวดแม่ร้อยปีเป็นประจำทุกปี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติของปวงชนชาวไทยทุกคน

mom55_1

ในทุกๆ ปี จะมีคุณย่า คุณยาย ที่มีอายุหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ถูกส่งเข้ามาประกวดแม่ร้อยปี ม.มหิดล ซึ่งในปี 2555 นี้ มีแม่ร้อยปีที่ส่งเข้ามาคัดเลือกเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศถึง 161 คน และแต่ละปีเราก็จะคัดเลือกแม่ร้อยปีที่มีสุขภาพดีภาคละหนึ่งคน เพื่อรับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2555 นี้ สำหรับปีนี้เราไม่มีแม่ร้อยปีจากกรุงเทพมหานครส่งเข้าประกวด ดังนั้นเราจึงได้เพิ่มรางวัลให้กับแม่ร้อยปีที่อยู่ในภาคกลางเป็นจำนวน 2 รางวัล

พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมหนึ่งในแม่ร้อยปีที่ได้รับรางวัลของภาคกลาง คือ แม่ร้อยปีที่อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี คุณแม่ร้อยปีท่านนี้ชื่อว่า คุณแม่ทิบ ศรีแจ้ เป็นคนตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ตามหลักฐานการทะเบียน คุณยายทิบเกิดปี พ.ศ. 2450 ซึ่งก็จะมีอายุ 105 ปี ในปี 2555 นี้ และเมื่อสอบถามปีเกิดไทย คุณยายบอกว่าเกิดปีจอ และคุณยายก็มั่นใจว่าอายุคุณยายไม่ผิดอย่างแน่นอน และเมื่อลองนับอายุตามปีไทยแล้ว คุณยายทิบน่าจะมีอายุไม่ถึง 105 ปี แต่น่าจะมีอายุ 102 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามคุณยายทิบก็ยังอยู่ในกลุ่มแม่ร้อยปีที่มีสุขภาพดี ที่พวกเราทุกคนก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นคุณยายทิบยังสดชื่น แข็งแรง และพูดจาโต้ตอบกับพวกเราอย่างฉะฉาน ถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องพูดแบบตะโกนเพราะหูของคุณยายไม่ค่อยได้ยิน จะต้องพูดใกล้ๆ และดังๆ เท่านั้น

"ฉันเกิดปีจอ ไม่หลงนะ ฉันไม่หลง ฉันจำของฉันได้ รุ่นฉันมี 8 คน เหลือฉันคนเดียว ไปกันหมด ฉันคนที่ 3 คนอื่นเขาไปกันหมด"

"ฉันจะพูดให้ฟัง แต่สมัยนี้ฉันก็ลืม ๆ ไปบ้างแล้ว สมองบางทีมันตัน พอพูดไปพูดไปบางทีมันก็ตัน คนนั้นคนนี้ บางทีก็ลืม แต่เดี๋ยวก็นึกได้ ไม่หลงนะ คนเดี๋ยวนี้ 50 – 60 ก็หลงกันไม่ได้เรื่องได้ราว กินแล้วก็บอกไม่ได้กิน ขี้เยี่ยวก็สกปรก ฉันไม่เอา ลูกหลานก็ว่า ก็ดุมัน ให้ไปเล่นนอกบ้าน หลานมี 3 คนไปโรงเรียนกันหมด เรื่องสกปรก ฉันไม่เอา ไม่ชอบ"

mon55_3

คุณยายทิบเป็นคนอารมณ์ดี พูดเก่ง ยิ้มง่าย ที่สำคัญยังดูแข็งแรง เดินเหินคล่องตัว ไปมา โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า แต่คุณยายก็จะมีไม้เท้าเอาไว้ใช้เวลาเดินออกไปหน้าบ้าน เมื่อพวกเราคณะที่ไปเยี่ยมพบคุณยายทิบเป็นครั้งแรก คุณยายทิบเป็นคนเรียกพวกเราให้เข้าไปนั่งใกล้ๆ เหมือนว่าคุณยายรู้สึกดีใจ และมีความสุขที่มีคนมาเยี่ยม และมาพูดคุยด้วย และไม่รู้สึกเคอะเขิน คณะที่ไปเยี่ยมในวันนั้นนำทีมโดย ศ.ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล ผศ.ดร.กาญจนา ตั้งชลทิพย์ อ.เดวิส อ.ดร.ศุทธิดา ชวนวัน น้องกานต์ และพี่ตูน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย (ซึ่งพวกเราได้ตั้งฉายาให้ว่า "พี่ตูนแม่ร้อยปี") เมื่อพวกเรากำลังถ่ายรูปคุณยายอยู่ คุณยายกลับมองมาทางกล้องและโพสต์ท่าเหมือนนางแบบมืออาชีพ แต่คุณยายทิบจะไม่ชอบร้องเพลง เต้นรำ ซึ่งคุณยายบอกว่า

" ร้องเพลง เล่นรำ ไม่เอา อาย เขาเล่นกัน หน้างาน เขาเล่นกัน เขาถาม "ยายทิ ไม่เล่นกับเขา" อุ๊ยเล่นไม่ได้อายเขาเดี๋ยวเต้น เดี๋ยวรำ กับลูกหลานก็ว่านะ อย่าไปเต้น อย่าไปรำ ไม่เอา ไม่ค่อยชอบ เด็กน้อย ๆ มันเต้นก็ไล่ให้ไปเต้นให้พ้น มันมาเต้นให้ชวดดู ไม่ค่อยอยากดู เต้นแล้วเดินขาเดี๋ยวทำเดินยอก ๆๆๆ ชวดไม่ชอบ"

คุณยายทิบมีลูกทั้งหมด 8 คน แต่ละคนก็ได้ดีมีครอบครัวกันไปหมด ลูกสาวของคุณยายทิบจะส่งเงินกลับเป็นประจำทุกเดือน ลักษณะนิสัยส่วนตัวของยายทิบที่ทำให้พวกเรารู้สึกแปลกใจคือ คุณยายเป็นคนรักความสะอาดมาก เพราะเมื่อให้คุณยายกินข้าวให้ดู คุณยายจะกินแต่ข้าว ไม่ยอมกินกับข้าว คุณยายบอกว่า กลัวเลอะเทอะ สกปรก

"อย่าว่าฉันสกปรกนะ อย่าเอาไปพูดให้เขาใครดู อายเขา แก่แล้ว"

คุณยายทิบเป็นที่รักและเคารพของเด็กและผู้ใหญ่ในบ้านท่าสะอ้าน มีเด็กๆ หลายคนทั้งลูกหลาน และเด็กๆ ใกล้บ้าน เข้ามาขอศีลขอพรคุณยายเป็นประจำ แต่คุณยายก็จะรู้สึกเคอะเขิน คุณยายเป็นที่รู้จักของผู้คนบริเวณนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักคุณยายทิบ เพราะเวลามีงานสงกรานต์ งานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ คุณยายทิบจะเป็นคนแรกๆ ที่คนในชุมชนคิดถึง และได้รับการเชิญมาให้ศีลให้พรแก่คนในชุมชน

mom55_5

เมื่อถามเรื่องอาหารการกิน คุณยายทิบบอกว่า ชอบกินผัก โดยเฉพาะผักริมรั้วที่คุณยายและครอบครัวปลูกเอาไว้กิน ผักที่ขายตามตลาดคุณยายจะไม่กินเลยเพราะมียาฆ่าแมลง และคุณยายก็ไม่ชอบกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ สมัยก่อนคุณยายเป็นแม่ครัวของวัด ชอบทำขนม โดยเฉพาะขนมหม้อแกง ขนมฝอยทอง

คุณยายยังดูแข็งแรงดี พวกเราจึงถามคุณยายว่า คุณยายกินข้าวเองได้หรือไม่ คุณยายตอบว่าแบบตลกว่า "ยังกินได้เพราะมือยังดีอยู่ ไม่ได้หงิกไม่ได้งออะไร มีแต่หูที่ไม่ค่อยได้ยินเท่านั้น" จากนั้นคุณยายก็ภาวนาว่า

"เจ้าประคุณ ขออย่าให้หยิก อย่าให้งอ ให้อยู่เรื่อย ๆ ตายก็ขอให้ไปทางเรียบ ๆ นะ อย่าไปทางรกนะ ภาวนาทุกวัน พอจะนอนก็กราบพระแล้วก็นอน สวดมนต์ มีคนมาบอกว่าอย่าลืม คุณพ่อ คุณแม่ ให้ระลึกไว้อย่าลืม เราอย่าลืมให้ระลึกไว้ แล้วก็นอน"

จากการไปเยี่ยมคนร้อยปีครั้งนี้ พวกเรายังได้คาถากันลืมกลับมาด้วย เพื่อที่ว่าความจำของเราก็จะดีเหมือนกับคุณยายทิบที่ยังจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดีอยู่ตอนนี้ เป็นคาถาที่คุณยายทิบได้มาจากคุณพ่อนั่นเอง

"นะโมตะสะ ภัควะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธสะ (3 ครั้ง)
อิติภิโสภัควา ไหว้พระเสาหนึ่งองค์ ขอให้อย่าลืมหลงจงไปนิพาน
ให้พบดวงแก้ว ให้แคล้วดวงมาร นมัสการธิดามณี
อิติภิโสภัควา ไหว้พระเสาสององค์ ขอให้อย่าลืมหลงจงไปนิพาน
ให้พบดวงแก้ว ให้แคล้วดวงมาร นมัสการธิดามณี
... (ท่องจนไปถึงสิบองค์)"

ก่อนกลับจากการเยี่ยมคุณยายทิบ พวกเราก็ได้ขอพรคุณยาย ซึ่งคุณยายก็ได้ให้พรว่า

"ขอให้โชคดีนะ นึกแก้วให้แก้วกอง นึกทองให้ทองไหล นึกอะไรก็ให้ใจเย็นดังแม่น้ำคงคานะ ขอให้เป็นหมอ เป็นครู เป็นไปทุกชาติ ทุกชาติไป"

mom55_6

เมื่อพวกเรากำลังลาคุณยาย พวกเรามีความรู้สึกว่าคุณยายไม่อยากให้พวกเรากลับ เพราะคุณยายจะชอบให้มีคนมาคุยด้วย ซึ่งพวกเราจึงใช้เวลาร่ำลาคุณยายนานพอสมควร

การไปเยี่ยมคุณยายทิบในครั้งนี้ นอกจากคำอวยพรต่างๆ และคาถากันลืมที่เราได้รับจากคุณยาย พวกเรายังได้รับความสุข และกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ด้วยการใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท